'คอมพิวเตอร์ วิชั่น ซินโดรม' ภัยเฉพาะของคนรุ่นใหม่

         สังคมปัจจุบันเป็นโลกของข้อมูลข่าวสาร คนรุ่นใหม่เป็นคน    ใฝ่รู้ ทำให้ต้องนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันวันละหลาย ๆ         ชั่วโมง โดยหารู้ไม่ว่ามีโรคตาที่ตามมาอย่างรวดเร็วที่มีชื่อเฉพาะว่า"คอมพิวเตอร์    วิชั่น ซินโดรม Computer Vision Syndrome"      ภัยเฉพาะของคนรุ่นใหม่
         ผู้ที่เป็นโรคดังกล่าวจะมีอาการ ปวดเบ้าตา ปวดต้นคอ มีอาการอ่อนล้าทางประสาทตา มีภาวะตาแห้ง รอยดำคล้ำบริเวณตา หรือมีรอยบวมเห็นเป็นถุงใต้ตาโปนออกมา

         ปัญหาเรื่องถุงใต้ตา รอยคล้ำ และริ้วรอยรอบดวงตา นับเป็นปัญหาที่สร้างความกังวลให้กับทุก ๆ คนเป็นอย่างมากซึ่งสามารถพบได้โดยไม่จำกัดอายุ 
        สาเหตุหลัก ๆ นอกจากการใช้สายตาเพ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ แล้วยังมีสาเหตุจากการได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดมากเกินไปและมีปัจจัยอื่น ๆ อี ก เช่น กรรมพันธุ์ สภาพแวดล้อมที่อยู่ ซึ่งรวมไปถึงอาหารการกิน ความเครียด การลดลงอย่างฉับพลันของฮอร์โมนเพศหญิง ปัจจัยต่าง ๆเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุให้เซลล์ผิวเสื่อมได้มากขึ้น

         การหลีกเลี่ยงความเสื่อมสภาพของผิวรอบดวงตาก่อนวัยอันควร เราจำเป็นต้องรู้ถึงสาเหตุอย่างแท้จริง เพื่อเตรียมรับมือในการป้องกันต่อไป 
         เริ่มที่สาเหตุของรอยดำ รอยคล้ำใต้ตา มีสาเหตุได้หลายอย่าง เช่น เกิดจากพันธุกรรม โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด กลุ่มนี้มักพบรอยดำใต้ตา อาการตาแห้งตลอดจนการแพ้สารต่าง ๆ เช่น แพ้มาสคาร่า อาจมีการสะสมทำให้คันพอคันก็จะถู ขยี้ตา ก็จะไปกระตุ้นทำให้ทิ้งรอยดำได้ การอดนอนทำให้การไหลเวียนโลหิตไม่ดี สารอาหารในเลือดลดลง เส้นเลือดตีบ รอยคล้ำก็ชัดขึ้น หากปล่อยให้เป็นนาน ๆ เส้นเลือดจะเปราะแตกง่าย ทำให้เกิดสารตกค้างใต้ตาทำให้ตาคล้ำได้

         สำหรับสาเหตุการเกิดถุงใต้ตา เกิดจากการสะสมของน้ำ และไขมันรอบดวงตาทั้งตาบนและล่าง แต่ด้วยแรงโน้มถ่วงของโลกก็จะปรากฏให้เห็นชัดเป็นถุงบริเวณใต้ตา

         สามารถแยกได้เป็น 2 ปัจจัย คือ การสะสมของไขมันบริเวณรอบดวงตาสาเหตุหลักมาจากอายุที่มากขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาเริ่มอ่อนแอลง ชั้นผิวคอลลาเจนสร้างน้อยลงไขมันที่เคยรองรับที่กระบอกตาดี ๆ ก็จะมีการเลื่อนไหลออกมากองอยู่รอบดวงตา ประกอบกับชั้นผิวบางลงก็จะเห็นเป็นถุงใต้ตาชัดเจนยิ่งขึ้น
         กับอีกปัจจัยคือการสะสมของน้ำรอบดวงตาเกิดจากขบวนการขับถ่ายของเสียออกจากเซลล์ผิวช้าลง เนื่องจากการไหลเวียนของน้ำเหลืองและโลหิตไม่ดี ก็จะทำให้มีการสะสมน้ำที่ผิวรอบดวงตาปรากฏให้เห็นเป็นถุงใต้ตาและรอยบวมได้


         การรักษาทางการแพทย์ถ้าเป็นสมัยก่อนมักคิดถึงการผ่าตัด ซึ่งโดยมากจะช่วยเรื่องถุงใต้ตาได้ดีแต่ช่วยเรื่องรอยคล้ำได้น้อยนอกจากตัดรอยดำออกไปด้วย 

        ไม่เพียงแค่ความเจ็บปวดและค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง การผ่าตัดอาจช่วยให้ผิวเรียบเนียน ตึงสดใส แต่ความงามนี้อาจอยู่ได้ไม่นานเพียง 1-2 ปี หากขาดการดูแลและใช้ชีวิตอยู่กับปัจจัยเสี่ยงข้างต้นก็จะเกิดปัญหาซ้ำใหม่ได้

        เพราะการผ่าตัดคือการตัดเอาถุงไขมันใต้ตาทิ้งไป แต่ปัญหาการสะสมของน้ำและไขมันก็ยังเกิดขึ้นได้ใหม่ตลอดเวลา เมื่อสภาพผิวเริ่มอ่อนแอลงผนวกกับอายุที่เพิ่มขึ้นกระบวนการซ่อมแซมตัวเองของเซลล์ผิวก็เสื่อมถอยขาดประสิทธิภาพ ทำให้การไหลเวียนขับถ่ายของเสียรอบดวงตาบกพร่อง ก่อให้เกิดการสะสมตัวซ้ำของถุงใต้ตา และริ้วรอยหมองคล้ำอยู่เรื่อยไป

        ปัจจุบันมีการนำเอาสารโปรตีนอนุภาคเล็กที่เรียกว่า Acetyl tetrapeptide 5 (อะเซ็ทติล เต็ตตร้าเปปไทด์ 5) ซึ่งทางการแพทย์ใช้เป็นยาลดความดันเลือด มาใช้ในเครื่องสำอางบำรุงผิว ใช้บำรุงผิวรอบดวงตาเป็นประจำทุกวันเพื่อชะลอความเสื่อมและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อิลาสติน เพราะมีการศึกษาวิจัยในยุโรปแล้วว่าสามารถช่วยลดการเกิดถุงใต้ตา รอยบวม ตลอดจนรอยคล้ำได้เพราะช่วยปรับการไหลเวียนของโลหิตและน้ำเหลืองให้เป็นไปอย่างสมดุล อีกทั้งช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้เซลล์ผิวแข็งแรงกระชับขึ้นและช่วยให้ของเสียถูกขับถ่ายออกจากเซลล์ผิวได้ดีขึ้น จึงช่วยลดการสะสมตัวของน้ำและไขมันที่อาจเกิดขึ้นรอบดวงตา

        สำหรับวิธีป้องกันและแก้ไขขั้นต้น ควรเริ่มจากการปฏิบัติตัวเองเสียใหม่ เช่นอย่าให้กล้ามเนื้อตาล้าเกินไป ด้วยการอย่านั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ ให้พักสายตาทุก 15 นาที ด้วยการมองออกไป ไกล ๆ จะทำให้ดวงตาไม่เกิดอาการล้า พร้อมปรับแสงหน้าจอคอมพิว เตอร์ให้แสงพอเหมาะ อย่าขยี้ตา หากรู้สึกอ่อนล้าให้นวดคลึงเบา ๆ และควรบริหารดวงตาเพื่อคลายความตึงเครียด ด้วยการกลอกตาไปรอบ ๆ เป็นวงกลม สัก 5-6 รอบ ใช้นิ้วนางทั้ง 2 นิ้วแตะที่หัวตาแต่ละข้าง คลึงเบา ๆ แบบกดจุดนาน 1-2 วินาที

        ง่ายๆ เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรค คอมพิวเตอร์ วิชั่น ซินโดรม Computer Vision Syndrome และยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องถุงใต้ตา รอยคล้ำและริ้วรอยรอบดวงตา ได้อีกด้วย

 

 

นางสาวอภันตรี  โสตะจินดา

http://techno.obec.go.th/news@classroom/article.php

กลุ่มเผยแพร่และพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยี  สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  กระทรวงศึกษาธิการ 

 

edit @ 12 Mar 2008 22:07:42 by supranee-ssp

Comment

Comment:

Tweet

<a href="http://jovxcepzghoiwki.com">bgcesbinxkjdndr</a> http://bpwcvuvwyocatnm.com [url=http://krsplpbjrcnproo.com]kqovdownomhcxgr[/url]

#10 By nlnlimqpuz (94.102.52.87) on 2010-06-14 15:01

ดีมากค่ะชอบบทความนี้มากเลยทำให้เรารู้อะไรมากขึ้นกว่าเดิมในเรื่องการใช้คอมและควรจะแก้ปัญหาอย่างไร confused smile open-mounthed smile surprised smile

#9 By กรองกนกชั้นม.4/1เลขี่41 (124.120.198.73) on 2008-06-10 00:30

บทความนี้ดีครับ
ทำให้เด็กไทยหันมาสนใจภัยใกล้ตัวนี้
มากขึ้นและ ทำให้ลดใช้สายตาไปกับคอมพิวเตอร์
ทำให้มีเวลาไปทำกิจกรรมอื่น
ที่สร้างสรรค์กว่าbig smile

#8 By สุรสิทธิ์ ม.4/1 เลขที่ 8 (124.120.201.9) on 2008-06-09 19:09

มีประโยชน์มากค่ะเพราะว่าบางครั้งเราไม่ได้สนใจรอบตัวเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเราเองพอมาอ่านบทความนี้ช่วยเราได้เยอะมากค่ะเพราะบางครั้งเราเล่นกับคอมเราก็มัวแต่สนใจเรื่องไวรัสคอมแต่เรื่องของตนเองกลับไม่รู้จึงสร้างแนวความคิดให้เราจริงและวิธีการแก้ไขที่ดีมากค่ะbig smile

#7 By จุลย์ลดา ม.4/1เลขที่42 (124.120.205.185) on 2008-06-08 07:43

ความรู้ที่ได้ : การใช้คอมเป็ฯเวลนาน ๆ ทำให้ร่างกายมีผลกระทบมากมาย และการที่ไม่รักษาสุขภาพให้ดีก็จะทำให้ ร่รงกายเสื่อมถอยเร็วขึ้น

ดังนั้นหากไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้คอมพิวเตอร์ ก็ไม่ควรที่จะนั่งหน้าคอมนาน ๆ


นายเมธัส แสงเพชร ม.4/6 เลขที่ 6

#6 By Micro Mozilla Minadoom on 2008-06-06 11:33

วัยรุ่นเป็นโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมกันมาก รวมทั้งหนูด้วย sad smile การได้อ่านข้อมูลข้างต้นนี้ทำให้รู้จักสาเหตุที่เกิดอาการต่างๆ และสามารถนำไปปรับปรุงแก้ไขนิสัยการใช้คอมพิวเตอร์ได้ เป็นเว็บที่ดี มีประโยชน์มากเลยค่ะ cry

#5 By ศศิธร ม.4/3 เลขที่23 (118.174.107.60) on 2008-06-04 19:48

สามารถนำไปปรับใช้กับตนเองได้
เพราะในปัจจุบัน เด็กวัยรุ่น
รวมถึงวัยทำงานต้องอยู่หน้าจอคอมเยอะมาก
ทำให้คนในสมัยนี้เกิดอาการแบบนี้ไม่ใช่น้อย

ควรต้องลดการจ้องหน้าจอคอมเป็นเวลานาน
พักบริหารดวงตาบ้าง เพื่อเป็นการถนอมดวงตา

หรือหันไปทำกิจกรรมอย่างอื่นแทนการอยู่หน้าจอคอมแทน

หากจำเป้นต้องใช้ ควรใช้เมื่อจำเป็น เพื่อหลีกเลี่ยง
การเกิด โรค คอมพิวเอตร์ วิชั่น ซินโดรม

#4 By ศศิภา ว่องกุลกิจศิลป์ ม.4/3 เลขที่ 36 (119.42.65.211) on 2008-06-04 10:43

อ่านแล้วตกใจเลยค่ะ เพราะมีอาการตรงกับตัวเองหมดเลย ทำให้รู้ว่าควรต้องลดการใช้คอมฯ แล้วหันไปทำกิจกรรมอย่างอื่นแทนบ้างค่ะ

#3 By วรรณวิศา-4/2-16 (125.25.253.33) on 2008-06-03 15:31

อ.มันเป็นเรื่องที่ดีมากๆเลยค่ะ เพราะน้องหนูก็เข้าข่าโรคนี้นะคะเนี่ย แถมมีวธีแก้ด้วยconfused smile

#2 By พัดชา 4/2 เลขที่ 6 (119.42.71.212) on 2008-06-03 15:28

มีประโยชน์ดีจังครับ ช่วยเรื่องพักสายตาด้ดีทีเดียว และวิธีรักษาสมัยใหม่ก็น่าสนใจมาก สงสัยต้องกินคอลลาเจนเสริมบ่อยๆแล้ว
Hot!

#1 By น้องละอ่อน on 2008-03-11 23:11